กำลังมาแรงสำหรับแนวทางการสร้างธุรกิจในรูปแบบของ Start UP มีหลายๆเว็บได้ให้คำนิยามและอธิบายของคำว่า Start UP ผมก็เลยจะไม่ขอพูดถึง
หากเพื่อนๆต้องการทราบความหมายรบกวนอ่านได้จากเว็บอื่นไปก่อนนะครับ เพราะว่าบทความนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อต่อยอดหลังจากที่เพื่อนๆได้เข้าใจความหมายของคำว่า Start UP มาแล้ว และต้องการจะมาต่อยอดว่าเราจะ Start Up แบบไหน ทำอะไร หรือธุจกิจอะไรดี?

startup-bussiness

startup-bussiness


อย่างที่เราทราบว่า Start Up ไม่จำเป็นต้องเริ่มได้สเกลใหญ่ๆ เราสามารถเริ่มได้จากสิ่งใกล้ตัว สังเกตการใช้ชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่นในยุคที่อีสานกำลัง favor มีคนสนใจมากขึ้น ผมและเพื่อนก็คิดไอเดียเล็กๆ พัฒนาเว็บแอพพลิเคชัน เพื่อให้คนเข้ามาหาข้อมูล ตั้งใจทำฐานข้อมูลพักใหญ่ ก็ปรากฏว่าคีย์เวิด “ภาษาอีสาน” ของเราติดอันดับหนึ่งของผลการค้นหา คนก็เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ จากหลักร้อยต่อวัน ก็เพิ่มเป็นหลักพัน และมาเรื่อยๆ ณ ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา รายได้จากทราฟฟิคดังกล่าวยังมีไม่มาก แต่เราได้วางแผนไว้ในอนาคตว่าจะมีรายได้จากไอเดียเล็กๆดังกล่าวแน่นอน
หลังจากนั้นก็ได้ทำแอพพลิเคชันภาษาอีสานให้ดาวน์โหลดผ่าน App store และ Google Play ยอดดาวน์โหลดก็ยังไม่มาก แต่ก็เข้ามาเรื่อยๆและเริ่มมีรายได้ผ่านการติดโฆษณา
นี่ก็คือตัวอย่างการนำไอเดียที่เราคิดได้ แล้วรีบลงมือทำ อนาคตจะเป็นยังไง ตอนนี้ผมยังไม่ทราบครับ แต่ด้วยโมเดลที่เราลองทำไปนี้ มันค่อนข้างประสบความสำเร็จ (มีทราฟฟิค , มีรายได้) ถึงแม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ก็ถือว่าเราทำได้ตามเป้าที่เราวางไว้
เพื่อนๆ ที่อยากลองเริ่มทำอะไร ดูว่าตัวเองชอบอะไร เห็นโอกาสอะไร ลองเริ่มศึกษาแล้วลงมือทำดูนะครับ เผลอๆอาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจ Start Up แบบไม่รู้ตัวเด้อ

สรุป : ตอนนี้คิดออกหรือยังว่าเราจะทำอะไร? ถ้ายังคิดไม่ออก อย่าไปคิดเยอะ เริ่มสังเกตจากสิ่งรอบๆตัวเรา จากชีวิตประจำวันของเรา แล้วลองใช้โมเดลรูปแบบ Start Up มาจับ คิดได้แล้วรีบลงมือทำ วางแผนขั้นตอนการทำงาน ระยะเวลาของการทำงาน
ทุกอย่างไม่ได้ประสบความสำเร็จได้ภายในวันสองวัน มีคนเคยพูดในงานสัมนาเกี่ยวกับ Start Up ว่า

“การทำ Startup คือการยอมใช้ชีวิตไม่เหมือนคนทั่วไปสองปี เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่คนทั่วไปไม่มีไปจนตาย”

จัดไปครับ อย่ารอช้า