ความฝันของนักเดินทาง
อยู่ๆก็นึกอยากจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เรื่องที่ตัวผมเองฝันอยากจะเป็นนักเดินทาง ฟังดูมันเหมือนจะเป็นเรื่องที่ล้มๆแล้งๆเอาซะมากๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะอะไรกัน? เพราะหลายคนคิดว่าชีวิตของคนเราจะต้องทำงาน จะต้องหาเงิน จะต้องประกอบอาชีพ ตั้งแต่เล็กจนโตผมถูกปลูกฝังให้เข้าใจว่า เราจะต้องเรียนหนังสือ จบสูงๆ จะได้มีหน้าที่การงานที่ดี มีความมั่นคง ชีวิตมหาลัยฯ ก็ถูกสอนให้ทำเกรดดีๆ จะได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทที่มีความมั่นคง เข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ เป็นเจ้าคนนายคน มีงานมีเงิน แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน

จนลืมว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร ความต้องการของเราคืออะไร ลืมความมีน้ำใจต่อกัน ความเอารัดเอาเปรียบ ความเห็นแก่ตัวมันก็จะเพิ่มขึ้นตาม สังคมก็จะค่อยๆเปลี่ยนไป ทุกวันนี้สังคมมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เปลี่ยนไปไกลแล้วด้วย และยากที่จะทำให้มันเหมือนเดิม มันไม่เหมือนสังคมแบบบ้านๆ ใครที่ชอบดูถูกคน ตจว. ว่าเป็นบ้านนอก ผมอยากจะขำให้ลำไส้เล็กมันสั่นสะเทือน เพราะที่สัมผัสมา สังคมบ้านนอกคอกนาของเรา มันน่าอยู่กว่ามาก มีความสุขที่สุดเมื่อได้กลับไปบ้าน นึกถึงตอนที่ผมฝึกงานตอนปีสาม ไปฝึกในเมืองหลวง กทม. สามสี่เดือนโคตรทรมานเลย ตื่นมาพบกับชีวิตที่รีบเร่ง คนเยอะแยะไปหมดเลย แย่งกันขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปทำงาน แทบจะไม่มีใครคุยกัน นอกจากไปมากับเพื่อน ภาพที่เห็นเป็นประจำจนชินตาคือ ภาพคนก้มหน้า เล่นมือถือ เสียบหูฟัง ต่างคนต่างใช้ชีวิต มันคือความสุขจริงๆหรอ? ทำไมเขาถึงสอนให้เราต้องมาทางนี้ ?
หลังจากจบมหาลัยฯมา สิ่งแรกที่ผมสาบานกับตัวเองเลยว่า จะไม่ขอมาทำงานใน กทม. อีกแล้วนะ จะไม่ขอทำงานแบบนี้แล้ว แต่ก็ด้วยที่ชีวิตถูกวางและเดินมาไกลแล้ว หลังจากที่จบการศึกษา ก็เลยเลือกทำงานที่ไหนก็ได้ที่บ้านนอกกว่า กทม. ที่สภาพสังคมยังไม่รีบเร่ง ทุกวันนี้ก็ยังโอเคที่ได้มาเจอกับเพื่อนๆพี่ๆที่ให้ความอบอุ่น มากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน มากกว่าคำว่าทีม เป็นครอบครับเลยก็ว่าได้

กลับมาที่เรื่องการเดินทางของเรากันต่อ ชีวิตคนเราเนี๊ยะ มันก็เหมือนกับการเดินทางนะครับผมว่า แต่ตอนนี้ผมว่ามันเหมือนเดินมาติดกับวังวนอะไรซักอย่างที่ทำให้เราไปไหนไม่ได้ อยากกลับบ้านเดือนละครั้งยังยากเลยครับ อยากไปที่ที่อยากไป อยากทำอะไรที่อยากทำ มันก็ทำไม่ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะมีปัจจัยบางอย่างมาบังคับให้เราทำไม่ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ตามมาในแต่ละเดือน ค่าโน่นค่าหนี้ที่เราสร้างขึ้น สารพัด ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่เวิร์คซักเท่าไหร่ อยากออกไปแตะขอบฟ้าตามหาความฝัน ทำในสิ่งที่เราชอบและถนัดมากว่า ไม่ใช้ว่างานที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นงานที่ไม่ชอบ หรือไม่ถนัดนะ แต่มันติดที่ว่ามันไม่ใช่ของเรา อยากออกไปทำให้มันเป็นของเราเต็มตัว ทำธุรกิจเล็กๆ แล้วดูแลมัน หรือเดินทางไปพร้อมกับทำเว็บไซต์ สัมผัสชีวิตของคนในที่ต่างๆ แล้วขายเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ของเรา หรือจะทำ StartUp เล็กๆ ทำแอพฯ ทำซอฟต์แวร์ ซึ่งตอนนี้เราก็จับพวกนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้ทำเต็มตัวเท่านั้นเอง
หากใครชอบขายของก็ขายเป็นของตัวเองเถอะครับ ทุกวันนี้ช่องทางในการขายมีเยอะมาก ไม่จำเป็นต้องไปเปิดหน้าร้าน เพิ่มต้นทุน เพื่อนผมคนนึง ทำธุรกิจขายของเป็นของตัวเอง ตอนแรกก็เห็นมาปรึกษาเรื่องเว็บไซต์ ขายผ่านเว็บ ตอนนี้ยอดขายแต่ละวันเป็นหมื่นๆ
ถามว่าถ้าเริ่มตอนนี้มันสายเกินไปไหม? ผมว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปหรอกครับ ถ้ากลัวว่าจะไม่เป็นท่า เราก็จะไม่ได้ตามความฝันซักกะที เริ่มจากเก็บเงินซักก้อนนึง วางแผนปลดแอกที่รั้งเราอยู่ทุกวันนี้ให้เร็วที่สุด อย่างเพิ่งสร้างหนี้เพิ่ม แล้วไปตามความฝันกันเถอะ