หลายๆคนเวลาจะค้นหาข้อมูลอะไรก็ตาม มักจะลืมเปลี่ยนภาษาหรือสลับภาษาผิด ทำให้การค้นหาข้อมูลของเราเบี่ยงเบนไปทางอื่น แทนที่จะได้ข้อมูลที่เราต้องการ ได้อะไรมาก็ไม่รู้ ข้อควรระวังควรทำให้เป็นนิสัย ก่อนจะกด Enter ให้มองแป้นก่อนสักนิด จะได้ไม่ผิดนั่นเอง ตกแต่ง้ร5 >> ตกแต่งhi5 , สกิน้ร5 >> สกินhi5 เป็นต้น
Valid XHTML มีผลอย่างไรต่อการอัพเดทของเว็บไซต์ คำตอบก็คือมีผลอย่างมากถึงมากที่สุดเลยหละครับ โดยผลที่ว่านั้นก็คือความเร็วในการอัพเดท การอัพเดทที่ว่านี้หมายถึงการอัพเดทเข้าไปใน Search Engine นั่นเองครับ จากการทดลองของตัวผมเองทำโดยการอัพเดทบทความแล้วทำการเช็คว่านานเท่าไหร่บทความที่เราโพส หรือที่เราเขียนถึงจะสามารถค้นหาจาก Search Engine ผลปรากฎว่าเว็บที่ทำการเช็ค Valid XHTML สามารถค้นหาเจอได้ในทันทีที่เราเขียนบทความเสร็จ โดยทดสอบจาก Search Engine หมายเลข 1 นั่นก็คือ Google พี่ใหญ่ของเรานั่นเองครับ แล้วมันมีผลดียังไงหลายๆคนยังอาจจะสงสัย แน่นอนครับมันมีผลดีแน่นอนนั่นก็คือทำให้เว็บของเรา อัพเดทในทันที เมื่อมีคนมาค้นเจอก็สามารถที่จะเจอเว็บเราในทันทีนั่นเองครับ ถ้ามองในแง่ SEO (Search Engine Optimize) เราก็จะมีโอกาสชนะคู่แข่งสูง เพราะเราเร็วกว่านั่นเอง จากการทดลองถ้าเราเขียนไม่ถูกตามหลัก พูดง่ายๆก็คือ ไม่ตรงตามมาตรฐานนั่นเอง พวกบอททั้งหลายแหล่ของ Search Engine มันก็จะไม่เข้าใจหน้าเว็บเพจที่เราเขียนขึ้น ต้องรอการตรวจสอบให้ดีเสียก่อน มันถึงจะยอมอัพเดทให้ เมื่อนับดูเวลาแล้วก็กินไปหลายวันเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาเราจะทำเว็บหรือสร้างหน้าเว็บขึ้นมาซักหน้า เราจะต้องคำนึงถึงความถูกต้องทุกอย่างเลย ทุกอย่างถูกต้องตามมาตรฐานมันก็จะน่าเชื่อถือทำให้มีการอัพเดทเร็วขึ้นนั่นเองครับ สามารถทำการทดสอบความถูกต้องของ มาตรฐานเว็บเราที่ http://validator.w3.org
ง่ายๆโดยกรอก URL ของเราลงไปมันก็จะแสดงตรงที่เราเขียนผิด พร้อมกับคำแนะนำอีกด้วย ก็ให้ไปแก้ไขตามนั้นแหละ ไม่ต้องตกใจนะครับสำหรับบางเว็บที่อาจจะแสดงขึ้นมาเป็นพันๆที่ ที่จะต้องแก้ไข ค่อยๆแก้ไปครับ คุ้มค่าแน่นอน
หลังจากที่ผมได้ลองติดตั้ง Wordpress ระบบเว็บชื่อก้องโลกก็ไม่ทำให้ผิดหวังนะครับ เพียงแค่เราเช็คข้อมูลการอัพเดทข้อดีข้อเสียของแต่ละฟังก์ชั่นที่มีในwordpress นั่นเองครับ ได้มีการทดลองทดสอบศึกษาอยู่หลายกรณี มันสามารถที่จะปรับแต่งให้มีความแรงเกินใครได้ง่ายๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น wordpress เค๊ามี Plugin ที่สนับสนุนเสริมพลังความแรงไว้แล้วมากมาย ดังนั้นไม่ต้องห่วงวว่าถ้าได้ศึกษา wordpress อย่างจริงจังแล้ว เราจะเป็นผู้พิชิต SEO ตัวจริงแน่นอนครับ ตอนนี้ผมเริ่มที่จะจับทางอะไรได้หลายอย่างแล้วครับ เมื่อได้ข้อมูลดีๆที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวเราเหล่าเว็บมาสเตอร์ผู้รักการทำ SEO ทั้งหลายได้ติดตามกันแน่นอน ตอนนี้ยังถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการก็ว่าได้ เพราะยังถือว่าเป็นมือใหม่อยู่ จำเป็นจะต้องสะสมประสบการณ์ให้มากๆกว่านี้ ค่อยๆศึกษาว่ามันทำงานเป็นอย่างไร ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงของการทดลองครับ ยังไงก็คงต้องติดตามชมกันต่อไป เอาใจช่วยด้วยนะครับพี่น้อง…
ป้ายกำกับ:
ทริป,
เหตุการณ์
เรามาตามแกะรอยฟังก์ชั่น php ที่อยู่ในไฟล์ wp-blog-header.php กันต่อเลยนะครับ จากตัวอย่างที่เอามาให้ดูเอาโค้ดมาจาก Wordpress version 2.8.6 ถือว่าอัพเดทล่าสุดในตอนที่เขียนเรื่องนี้อยู่นะครับ ขอยกโค้ดคอมเม้นมาให้อ่านด้วยเลย เพราะสามารถที่จะอธิบายการทำงานแบบโปรแกรมเมอร์เขาทำกัน ค่อยๆดูไปครับเดี๋ยวเราก็จะเข้าใจฟังก์ชั่น PHP เอง
<?php
/**
* Loads the WordPress environment and template.
*
* @package WordPress
*/
if ( !isset($wp_did_header) ) {
$wp_did_header = true;
require_once( dirname(__FILE__) . '/wp-load.php' );
wp();
require_once( ABSPATH . WPINC . '/template-loader.php' );
}
?>
ดูตัวอย่างฟังก์ชั่น isset กันก่อนเลยครับ
isset
PHP isset() ตรวจสอบว่าตัวแปรมีอยู่หรือไม่ คือมีการประกาศค่าตัวแปรหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นค่าว่างก็ตาม จากโค้ดphp ใน Wordpress จึงเป็นการตรวจสอบว่า if ถ้าตัวแปร $wp_did_header ไม่ได้มีการประกาศ(เพราะมีเครื่องหมาย ! อยู่ข้างหน้า) ก็จะเข้าไปทำงานคำสั่งphp ี่อยู่ในเครื่องหมายปีกกา{} ตามSyntax ของภาษาphpนั่นเอง
เมื่อเริ่มเข้าไปทำงานฟังก์ชั่นดังกล่าวแล้วจึงมีการประกาศตัวแปร $wp_did_header = true; คือมีค่าเป็น True หรือในทางโปรแกรมจะมีค่าเป็นจริง หรือมีค่าเป็นหนึ่ง (1) นั่นเอง
require_once
PHP require_once() (ต้องการเพียงครั้งเดียว) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเรียกไฟล์จากภายนอก โดยทำการเรียกค่าโปรแกรมหรือข้อความในไฟล์ปลายทาง คำสั่ง require() เมื่อโปรแกรมไม่พบไฟล์ดังกล่าวโปรแกรมจะหยุดทำงานในทันที require กับ require_once ต่างกันตรงที่ require_one จะมีการนำเข้าไฟล์ดังกล่าวเพียงครั้งเดียว แม้ว่าจะมีการจะมีการ require_once เข้ามาหลายครั้งก็ตาม(ขอบคุณ thaicreate )
จากโค้ดฟังก์ชั่น php ดังกล่าวมีการเรียกใช้งานถึง 2 ครั้ง และมีการเรียกใช้ฟังก์ชั่น WP(); อีกด้วย เป็นการเรียกใช้งานฟังก์ชั่นที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว ซึ่งอาจจะอยู่ในไฟล์ที่ได้เรียกมาแล้วเมื่อซักครู่ก็เป็นไปได้ ดังนั้นเราก็จะแกะรอย ค่อยๆตามไปดูว่ามันทำงานกันอย่างไรนั่นเอง
ป้ายกำกับ:
ภาษาPHP-WP
require=ต้องการ
ดังนั้นเมื่อปรากฎคำสั่งphpนี้ จึงหมายถึงต้องการ การทำงานเข้ามาคือ
PHP require() เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเรียกไฟล์จากภายนอก โดยทำการเรียกค่าโปรแกรมหรือข้อความในไฟล์ปลายทาง คำสั่ง require() เมื่อโปรแกรมไม่พบไฟล์ดังกล่าวโปรแกรมจะหยุดทำงานในทันที
(อ้างอิงความหมายของคำสั่งphpนี้จาก thaicreate)
<?php
define('WP_USE_THEMES', true);
require('./wp-blog-header.php');
?>
จากโค้ดที่เอามาให้เป็นตัวอย่างจึงหมายถึงการเรียกไฟล์ wp-blog-header.php ที่อยู่ในโฟลเดอร์เดียวกันนั่นเอง และไฟล์นั้นจะต้องมีอยู่จริงๆ เพราะถ้าคำสั่งหาไฟล์ไม่เจอโปรแกรมจะหยุดทำงานทันที
ป้ายกำกับ:
ภาษาPHP-WP